รายงานการใช้อาหารวุ้นน้ำมะพร้าวแทน PDA

Home / Forums / การเพาะเห็ด / เรื่องทั่วไป / รายงานการใช้อาหารวุ้นน้ำมะพร้าวแทน PDA

  • Author
    Posts
  • May 18, 2017 at 11:40 pm #4375

    สวัสดีครับอาจารย์,
    เห็นอาจารย์เอยถึงอาจารย์ดีพร้อมฯ ผมขอแสดงความรำลึกถึงท่านด้วยรายงานการใช้อาหารวุ้นที่ทำจากน้ำมะพร้าวมาใช้แทนอาหารวุ้น PDA ที่ท่านอาจารย์ดีพร้อมฯ เคยกล่าวถึงสมัยที่ผมเข้ารับการอบรมการเพาะเห็ด กับชมรมเห็ดของอาจารย์ ที่ ม.เกษตรฯ เมื่อสามสิบหกปีที่แล้ว ขณะนี้ผมนำมาใช้ได้ผลดี โดยที่ผมเองก็ยังไม่เคยทำอาหารวุ้น PDA ด้วยการต้มมันฝรั่งเลยครับ ผมใช้น้ำมะพร้าวอ่อนแทนน้ำต้มมันฝรั่งกับ Dextrose ปรับค่า PH ให้อยู่ที่ 5.5 ส่วนผงวุ้นใช้ในอัตรส่วน 15 กรัม ต่อน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ลิตร ผมขอรายงานผลด้วยภาพข้างท้ายนี้นะครับ

    พ.อ.ภักดี ตองอ่อน

    May 18, 2017 at 11:41 pm #4377

    สำหรับข้อมูลพร้อมรูปของผู้การที่ส่งมานั้น ต้องขอเรียนเสียก่อนว่า การใช้น้ำมะพร้าวเป็นอาหารเห็ดทำวุ้นนั้นมีมานานแล้ว นอกจากเขาจะใช้น้ำมะพร้าวทำเป็นอาหารวุ้นเลี้ยงเห็ดแล้ว เขายังใช้เลี้ยงพืช เช่น เลี้ยงกล้วยไม้เป็นอย่างดีด้วย ดังนั้น ทางอานนท์ไบโอเทคก็ใช้น้ำมะพร้าวเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อเช่นกัน เพียงแต่เราใช้เพียง 10% เท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตเส้นใยเห็ดเยอะเกินไป หากใช้น้ำมะพร้าวเพียงอย่างเดียว เส้นใยเห็ดจะเจริญเติบโตรวดเร็วมาก ผู้การลองสังเกตที่เห็ดขอนขาวดูสิ การที่มันเกิดวงให้เห็นหลายๆวง นั่นก็แสดงว่า เส้นใยเห็ดเจริญเติบโตของแต่ละวัน ตรงไหนที่เป็นจุดเข้ม จุดนั้นแสดงว่า เป็นเวลาที่มันเจออุณหภูมิเย็น มันจะเจริญช้า แต่มันจะแบ่งเซลหรือมีเวลามากพอที่จะหาอาหารและสร้างเอ็นไซม์เพื่อใช้ย่อยอาหารได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ แต่บางช่วงที่อากาศอบอุ่นขึ้น มันก็จะเจริญอย่างรวดเร็ว เป็นการเจริญที่เร็วเกินไป ทำให้การสร้างเอ็นไซม์ที่ควรจะเป็นน้อยลง อาหารวุ้นสำหรับเพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ดจะดีหรือไม่นั้น ไม่ได้วัดกันที่เส้นใยเห็ดเจริญเร็วหรือช้า ต้องวัดกันที่เมื่อเส้นใยเจริญแล้ว มันสร้างเอ็นไซม์มากและหลากหลายเพียงพอสำหรับวัสดุที่จะใช้เพาะมันหรือไม่ หากมันเป็นเพียงเจริญเร็ว เวลาเอาไปเพาะเลี้ยงในวัสดุเพาะแล้ว มันย่อยสลายสารอาหารในวัสดุเพาะได้น้อยหรือช้า ก็จะกลายเป็นเชื้อเห็ดที่อ่อนหรือเป็นหมันไปได้ง่าย หรือบางครั้ง หากทำการต่อเชื้อไปได้ไม่กี่ครั้งเชื้อเห็ดก็จะอ่อนไป ดังนั้น สูตรอาหารวุ้นที่ทางอานนท์ไบโอเทคใช้นั้น ส่วนใหญ่เราจะต้องใช้สารอาหารที่ได้จากการสกัดจากวัสดุเพาะใส่เข้าไปด้วยทุกครั้งไม่เพียงแต่น้ำมะพร้าวหรือมันฝรั่งเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เห็ดสร้างน้ำย่อยเฉพาะกับวัสดุเพาะ ก่อนที่จะนำมันไปใส่ในวัสดุเพาะต่อไป

    จากรูปแรกที่เห็นเส้นใยจากสปอร์นั้น ผู้การอาจจะสังเกตเห็นว่า การเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ดแต่ละจุดนั้นแต่ต่างกันไป ทั้งนี้เนื่องจาก เส้นใยที่งอกออกมาจากสปอร์ ยังเป็นเส้นใยขั้นที่หนึ่ง หรือยังอยู่ในสภาพของระยะสืบพันธุ์อยู่ มันจำเป็นจะต้องผสมพันธุ์กับเส้นใยเส้นอื่นที่มันสามารถรวมตัวและผสมพันธุ์กันได้ เพื่อพัฒนาเป็นเส้นใยขั้นที่ สอง จึงจะพัฒนาเป็นดอกได้ ท่านจะเห็นว่า ทำไม บางกลุ่ม เส้นใยสีขาวทึบและฟู บางกลุ่มเส้นโตและเรียบนั้น ขอตอบว่า เส้นใยที่ขาวทึบและฟูนั้นคือ เส้นใยขั้นที่ 1 ส่วนเส้นใยที่โต เดินเรียบและเดินเร็ว นั่นก็คือ เส้นใยที่ถูกผสมพันธุ์กันแล้ว หมายความว่า อาจจะมีสปอร์สองสปอร์หรือมากกว่านั้น อยู่ติดกัน งอกพร้อมๆกัน พองอกมาแล้วก็ผสมพันธุ์กันเลย จึงได้เส้นใยขั้นที่สองค่อนข้างเร็ว นี่แหละครับ ที่เรายังขาดบุุคลากรด้านนี้ นี่แหละครับคือ งานที่สำคัญ ที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อจะให้ได้พันธุ์ใหม่ๆเกิดขึ้น แต่ต้องใช้ทั้งเวลา เงินทุน และความรู้ความสามารถพอสมควร เรื่องนี้ ผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่วงการเห็ดไทยควรจะมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมคนเดียวก็ทำได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ผมอยากแนะนำว่า ขอให้ผู้การ แยกเอาเชื้อบริสุทธิ์ของเส้นใยแต่ละกลุ่มออกมา โดยตัดเอาส่วนที่อยู่ตรงปลายของกลุ่มเส้นใย(Hyphal tip method) แล้วลองเอาเส้นใยพวกนี้มาทดลองผสมพันธุ์กันดู โดยเอาอย่างน้อยสองพันธุ์ไปวางไว้ในขวดอาหารวุ้นขวดเดียวกัน หากมันผสมพันธุ์กันได้ มันจะเกิดเส้นใยเป็นเนื้อเดียวกัน เดินเรียบ และเดินเร็ว เมื่อนำไปส่งกล้องดู จะเห็นข้อต่อของเซล ที่มีสะพานเชื่อมเซล(Connection clamp) อย่างเห็นได้ชัด จากนั้น ก็นำไปทดลองเพาะดูครับ ว่า สายพันธุ์ของคู่ไหนจะมีลักษณะที่ดี ต่อต้านโรคและแมลง มีคุณภาพทั้งกลิ่น และผลผลิตตามที่ต้องการ เรื่องพรรค์อย่างนี้(ขอใช้ศัพท์ที่ท่านสมัครใช้ประจำ) ต้องใช้เวลาและทุนมหาศาล และนี้แหละครับ ที่ผมหมดเงินกํบเขามาตรงนี้เยอะมากครับ พอผมเห็นรายงานชิ้นนี้ขึ้นมา ทำให้ผมมีความหวังในวงการเห็ดไทยทันทีครับ เพราะลองตรวจสอบดูเอาเถอะ เรายังไม่มีหน่อยงานทางวิชาการไหนทำเลยครับ มีทำก็แค่ไปสั่งเชื้อเห็ด หรือไปเอาของคนอื่นเขามาแยกเนื้อเยื่อเอาเท่านั้นแล้วก็ขี้ตู่เอาเองว่าเป็นผลงาน ทั้งๆที่คนอื่นที่เขาทำแทบตายกว่าจะได้แต่ละสายพันธุ์มา อย่างน้อยก็น่าจะหัดให้เกียรติกันบ้าง แล้วสังคมจะอยู่กันอย่างมีความสุขและสมานฉันท์ รู้ไหมคุณห้อย(พาลไปหาเรื่องคุณห้อยอีกจนได้) เอาเป็นว่าจบที่ไอ้คุณห้อย ตัวร้ายแห่งวงการวิชาการเกษตรไทยก็แล้วกัน

  • You must be logged in to reply to this topic.