รายงานการใช้กากมันสำปะหลังทำก้อนเชื้อเห็ดภูฏาน

หน้าแรก / ฟอรั่ม / รายงานการใช้กากมันสำปะหลังทำก้อนเชื้อเห็ดภูฏาน

  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • พฤษภาคม 17, 2017 at 11:38 pm #4347

    สวัสดีครับอาจารย์ ผมพักรบกับแมลงปีกแข็งสีดำที่มากวนก้อนเชื้อเห็ดแครงในช่วงหน้าฝนนี้ไว้ชั่วคราว รอใช้เชื้อรา Metarhizium spp. กับ Beauveria bassiana ของอาจารย์ มาปราบมันครับ
    วันนี้ผมมีรายงานการผลทดลองเอากากมันสำปะหลังมาทำก้อนเชื้อสำหรับเห็ดภูฏานเสนอให้อาจารย์และเพื่อนสมาชิกที่สนใจทราบครับ เป็นกากมันสำปะหลังสีขาวที่ผ่านกรรมวิธีการแยกแป้งออกไปแล้ว เป็นคนละชนิดกับกากมันสีดำหรือกากดินที่เป็นส่วนเปลือก เมื่อซื้อมาจากโรงงานจะมีลักษณะชุ่มน้ำ หลังจากเกลี่ยให้กระจายบนลานคอนกรีตตากแดดสามวัน จะมีความชื้นสูงกว่าที่ใช้บรรจุถุงเล็กน้อย จากนั้นผมใช้จุลินทรีย์ UM ละลายน้ำราดกองคลุกเคล้าให้ทั่วแล้วหมักไว้ 2-3 วัน กลับกองวันละสองครั้ง พอจะบรรจุถุงก็ผสมอาหารเสริมสำเร็จรูป KAT 101 กับ KAT 901 โดยปรับอัตราส่วนจากวัสดุแห้ง 100 กก. เป็น 150 กก. เพราะมีความชื้นอยู่แล้ว ผมบรรจุถุงขนาด 6 ½ x 12 ½ ได้น้ำหนักประมาณ 1.2 กก. จากนั้นนำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยถังนึ่งความดันสูงแต่ควบคุมแก๊สให้อุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส ใช้เวลานาน 2-3 ชม.

    กากมันสำปะหลังที่ผ่านกรรมวิธีแยกแป้งออกไปแล้ว

    หลังจากเกลี่ยตากแดดบนลานคอนกรีตได้สามวัน

    ถุงนี้หยอดหัวเชื้อเห็ดภูฏานได้ครบ 10 วัน พอดี

    ภาพนี้ทดลองเพาะเห็ดฟางในตะกร้าด้วยกากมันสำปะหลังที่ได้จากโรงงานผลิตเอธานอลผลมกับต้นงา หมักด้วยกากน้ำตาลกับจุลินทรีย์ UM เอาไปนึ่งฆ่าเชื้อก่อนนำมาใส่ตะกร้า ใช้หยวกกล้วยหั่นหยาบใส่สลับชั้น

    packdee58

    พฤษภาคม 17, 2017 at 11:38 pm #4349

    สวัสดีครับ ท่าน พ.อ. ภักดี,
    ผม นายจิว เจ้าเก่าครับ ขอบพระคุณมากครับ สำหรับความรู้ใหม่ในวันนี้ เรื่องการใช้กากมันสำปะหลัง มาเป็นวัสดุเพาะเห็ดนางฟ้าภูฏาน ได้เปิดโลกทัศน์อีกแล้วครับ ดีจังครับ เข้ามาในฟอรั่มนี้ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นทุกวัน สำหรับวันนี้ผมมีคำถาม รบกวนท่านผู้พัน 3-4 ข้อน่ะครับ
    1. กรรมวิธีการขจัดแป้งออกจากกากมันสำปะหลัง เค้าทำกันยังไงเหรอครับ แล้วใช้เวลาในการทำนานมั๊ยครับ
    2. การขจัดแป้งออกจากกากมันสำปะหลัง มีต้นทุนสูงมั๊ยครับ
    3. เมื่อเราต้องการนำกากมันสำปะหลัง มาใช้เป็นวัสดุเพาะเห็ดนางฟ้าภูฏานนั้น นอกจากอาหารเสริม KAT 101 และ KAT 901 แล้ว เราต้องใส่พวกยิปซั่ม หรือว่า ปูนขาว ด้วยรึเปล่าครับ
    4. การใช้กากมันสำปะหลังเป็นวัสดุเพาะในก้อนเชื้อนั้น เฉลี่ยแล้วต้นทุนต่อก้อนจะตกประมาณเท่าไหร่เหรอครับ เมื่อเทียบกับการใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพารา จะประหยัดกว่ามากมั๊ยครับ
    วันนี้ขอรบกวนแค่นี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
    ขอแสดงความนับถือ
    จิว (ศิษย์มีครู)

    พฤษภาคม 17, 2017 at 11:39 pm #4350

    ผมขออนุญาตอาจารย์ ตอบคุณจิวครับ
    1., 2. กากมันสำปะหลังชนิดกากสด มีลักษณะสีขาวชุ่มน้ำ เป็นกากมันที่ผ่านกรรมวิธีแยกเอาแป้งออกไปหมดแล้วในระดับโรงงาน เราไม่ต้องเอามาทำการแยกอีก เพียงเอามาตากแห้งเท่านั้น (กากมันสดที่นี่ใช้เป็นอาหารเลี้ยงวัวนม) 
    3. กากมันเมื่อแห้งสนิทแล้วมีลักษณะเหมือนขี้เลื่อย และน่าจะมีคุณสมบัตินี้ใกล้เคียงหรือดีกว่าขี้เลื่อย ใช้ผสมกับอาหารเสริมของอาจารย์ แล้วต้องผสมอะไรอีก
    4. ต้นทุนคิดเฉพาะกากมันน่าจะอยู่ที่ก้อนละ 1 บาท กว่า กากมันสดมีพ่อค้าคนกลางรับจากโรงงานมากองลานขายอยู่ห่างจากไร่ผม 10 กม. ราคาตันละ 470 บาท กากมันสด 1 ตัน ตากแห้งแล้วน่าจะได้ประมาณ 400-500 กก. 
    ถ้าคุณจิวหรือเพื่อนสมาชิกท่านใดสนใจมาทำก้อนเชื้อที่ไร่ผม โดยซื้อกากมันสดมาตากเอง บรรจุถุงเอง น่าจะประหยัดเงินได้ส่วนหนึ่ง ผมมีลานคอนกรีตขนาด 16×16 เมตร ตากกากมันได้คราวละ 2 ตัน (ถ้าแดดดีเต็มวันใช้เวลาสามวัน) ผมมีถังนึ่งแรงดัน มีห้องเขี่ยเชื้อติดแอร์ และโรงบ่มก้อนเชื้อเห็ดไว้บริการ เพียงแต่เพื่อนสมาชิกช่วยอุดหนุนห้องพัก Farm stay ระหว่างอยู่ที่ทำงานไร่ผมเท่านั้นครับ หรือถ้าจะรอให้หมดหน้าฝนแล้วผมจะทำกากมันแห้ง และเตรียมอาหารเสริมสูตรต่าง ๆ ของอาจารย์ไว้บริการให้ครับ

    พ.อ.ภักดี ตองอ่อน

    พฤษภาคม 17, 2017 at 11:39 pm #4351

    ขอบคุณท่านผู้การแทนสมาชิกเห็ดทุกท่านด้วย นี่แหละครับคือ ความหมายของคำว่ามนุษย์ที่ต่างจากคนครับ เพราะมนุษย์นั้น ย่อมมีการสร้างสรรและพัฒนาตลอดเวลา การที่ผู้การจับงานวิจัยหรือทดสอบเอาของเหลือใช้จากโรงงานมันสำปะหลังมาใช้เพาะเห็ดนั้น นับว่า เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเรามีการปลูกมันสำปะหลังหลายสิบล้านบาท และมีของเหลือใช้อย่างมหาศาล ส่วนของไฟเบอร์ที่ถูกแยกออกมาจากโรงงานแป้งมัน ที่มีสีข่าวนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกไฟเบอร์ที่ใกล้เคียงกับขี้เลื่อยมาก ดังนั้น สามารถนำเอามาเป็นอาหารเสริมในการเพาะเห็ดได้ผลดีมาก หรือนำเอามาเพาะเห็ดได้แทบทุกอย่าง เพียงแต่มันให้ผลผลิตต่อเนื่องไม่นานเท่านั้น นั่นก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหา เพราะการเพาะเห็ดนั้น เราต้องการผลผลิตสูง คุณภาพดอกเห็ดคุณภาพดี และยิ่งมันออกเร็ว หมดเร็ว แต่ผลผลิตสูง มันก็ยิ่งทำให้เรามีโอกาสใช้โรงเรือนได้หลายรอบ หรือในกรณีที่ต้องการให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน อาจจะมีการเติมไม้สับ ซึ่งบริเวณที่ผู้การอยู่นั้น เขาทำการสับกิ่งกระถินอยู่แล้ว เครื่องมือนั้น สามารถสับกิ่งไม้อย่างอื่น เพื่อนำมาผสมกับกากมันไฟเบอร์หรือ ที่เรียกว่า Filter cake ได้ครับ อย่าลืมน๊ะครับว่า ไฟเบอร์จะอุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน ส่วนโปรตีนจะมีต่ำมาก ดังนั้น หากต้องการใช้กากมันชนิดนี้เพาะเห็ด ควรเอามาทำการหมักด้วยยูเอ็มหรือไบโอวันเสียก่อน วึ่งจุลินทรีย์ที่อยู่ในเชื้อยูเอ็น มันจะย่อยไฟเบอร์หรือแป้งเชิงซ้อน แล้วมันจะส้รงโปรตีนใร่างกายของมัน พร้อมทั้งวิตามินและฮอร์โมนที่เห็ดต้องการ ดังนั้น การที่ผู้การทำการหมักด้วยเชื้อยูเอ็มนั้นถูกต้องแล้ว แต่หากเอาวัสดุอย่างอื่น เช่น ซังข้าวโพด ไม้สับ หรือขี้เลื่อยใส่เข้าไปพร้อมกันก่อนที่จะทำการหมัก รวมทั้งอาหารเสริม จะดีที่สุดครับ

    ดูจากรูปตะกร้าที่มีเห็ดฟางเกิดขึ้น เห็นเชื้อเห็ดเจริญสวยดี สูตรนี้สามารถใช้ผลิตเชื้อเห็ดฟางได้ด้วยน๊ะครับ หมายความว่า ใช้เป็นสูตรทำเชื้อเห็ดฟางขายได้เลยทีเดียวล่ะครับ และหรือ เอามาทำการเพาะเห็ดฟางแบบอานนท์ 52 คือ เพาะในตะกร้าหรือกะบะได้ ด้วยการเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดในเจริญเต็มที่ในภาชนะดังกล่าว แต่พอจะให้เกิดดอกเห็ด ก็ย้ายหรือขายไปให้คนอื่นทำการเปิดดอกได้ครับ

    พฤษภาคม 17, 2017 at 11:41 pm #4352

    ผมยินดีต้อนรับครับคุณจิวขอให้ภรรยาหายไว ๆ นะครับ แวะมาเที่ยวก็ได้ครับ บ้านผมอยู่บนเส้นขนานเดียวกันกับอุทยานเห็ดของอาจารย์ ห่างมาทางทิศตะวันออกระยะทางตามถนนประมาณ 60-70 กม.เท่านั้นเองครับ  
    เมื่อก่อนเมียผมก็แย่เหมือนกัน แกเป็นเบาหวานน้ำตาลขึ้นสูงมากจนคุณหมอเตรียมจ่ายอินซูลินแบบที่ต้องฉีดทุกวันให้แล้ว แต่แกกลัวฉีดยา กับมีอาการข้อเข่าเจ็บมากเดินไปไหนไม่ค่อยจะไหว แกถึงยอมทานแค็ปซูลเห็ดร่วมกับเอ็นไซม์ สองสามวันแรกแกเจ็บปวดไปทั้งตัวจนโกรธผมที่อยู่ดี ๆ ก็เอาอะไรมาให้ทานแล้วทำให้เจ็บปวดมากกว่าเก่า แต่พอถึงวันทีสี่อาการข้อเข่าเจ็บทุเลาลงมากจนแกสามารถเดินไปร่วมกิจกรรมในหมู่บ้านที่ห่างจากบ้านผมไปราว 1 กม.ได้ ส่วนเบาหวานใช้เวลาราวสองเดือน ระดับน้ำตาลลดลงเป็นปกติจนถึงทุกวันนี้ คุณจิวต้องระวังอยู่อย่างหนึ่ง เหมือนอย่างผมคือว่าพอเมียผมแกเดินได้ดีผมก็หมดอิสระภาพทันที แกจะติดตามผมไปทุกแห่งที่ผมไปครับ

    packdee58

    พฤษภาคม 17, 2017 at 11:41 pm #4353

    ผมว่าบรรดาโรคอะไรต่างๆนั้น มันเกิดจากการขาดสมดุลย์ในร่างกาย สาเหตุที่ทำให้เกิดการขาดสมดุลย์ในร่างกายมากกว่า 80% เป็นเพราะการทานอาหารเข้าไปไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะอาหารที่สุกแล้ว จะเป็นอาหารที่ปราศจากเอ็นไซม์โดยสิ้นเชิง ดังนั้น ทุกครั้งที่ทานอาหารเข้าไปในร่างกาย ควรจะมีการทานอาหารที่มีเอ็นไซม์เข้าไปด้วยทุกครั้ง การทานเอ็นไซม์ใช่ว่าจะต้องมาซื้อจากผมเสมอไป เราสามารถทานอาหารที่มีเอ็นไซม์ที่มีราคาถูกๆเข้าไปได้ เช่น พืช ผักสด ผลไม้สด เป็นต้น แต่สำหรับ คนที่เป็นเบาหวาน แสดงว่า เอ็นไซม์ที่ย่อยน้ำตาล ที่ดีที่สุดและประสิทธิภาพสูงที่สุด และน่าจะถูกที่สุด คือ เอ็นไซม์จากข้าวหมาก ที่เขาหาบขายกันห่อละไม่กี่สตางค์นี่แหละ ควรทานข้าวหมากที่ผ่านการหมักใหม่ๆ อายุการหมักประมาณ 1-2 วัน ก่อนที่จะหวานและมีแอลกอฮอล์สูง ทานไปครั้งละ 1 ช้อนก็พอเพียงแล้วสำหรับเอ็นไซม์ในแต่ละมื้อ(อย่าทานมากน๊ะครับ มันจะเปลือง แล้วเดี๋ยวจะเมา) ส่วนผู้ที่ป่วยเกี่ยวกับไขข้อ ส่วนใหญ่เกิดจากกระดูกเสื่อม หรือมีปัญหาเรื่องกรดยูริกสะสมมากเกินไป ควรทานเอ็นไซม์จากนมเปรี้ยว เช่น เมียของจิว ก็น่าจะจิบนมเปรี้ยวชนิดเชื้อสด ไม่ใช่นมเปรี้ยวที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วที่อยู่ในกล่อง ทานครั้งละ 1 ช้อนต่อมื้อก็เหลือเฟือแล้ว หรือขยันทานส้มตำบ่อยๆหน่อย(เช่นผม แต่ก่อนไม่ชอบส้มตำเลย เพราะเหม็นปลาร้า ตอนหลังพอรู้ตัวว่าเป็นเบาหวานอย่างแรง เลยทานส้มตำจากมะละกอดิบ ประจำ จนเบาหวานหาย แล้วกลายเป็นว่า ติดส้มตำงอมแงมเลย) แต่สุดยอดของสุดยอด ของแหล่งเอ็นไซม์ที่ช่วยปรับสมดุลย์ให้แก่ร่างกายมนุษย์ คือ เห็ดครับ แต่จะต้องไม่ใช่เห็ดที่นำไปผ่านความร้อน ควรเป็นเห็ดสดหรือเห็ดทำให้แห้งด้วยอุณหภูมิต่ำครับ และใช่ว่าจะต้องเป็นดอกเห็ดสดเท่านั้น หัวเชื้อเห็ดที่ซื้อจากอานนท์ไบโอเทค(ที่ถูกที่สุดในโลก)ไปนั่นแหละ ใช้ได้เลยครับ ส่วนโรคเกี่ยวกับเมียตาม และเมียยึดทรัพย์ แล้วจ่ายเบี้ยเลี้ยงไม่ให้เหลือไปปรนนิบัติคนอื่นบ้างนั้น ผมช่วยใครไม่ได้จริงๆ เพราะผมก็อยู่ในภาวะน้ำท่วมปากอยู่เหมืนอกัน เอาเป็นว่า มันเป็นทักษะของใครของมันก็แล้วกัน และก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย ไม่ค่อยมีใครจะบอกกันหรอกครับ เพราะเดี๋ยวจะถูกจับได้ อย่างผมนี้ เวลาถูกเชิญไปบรรยายที่ไหน หรือไปออกรายการอะไร ที่เขาจ่ายค่าตัวให้บ้าง หากไม่มีใครรู้ ผมก็จะหักเปอร์เซ็นต์เสียบไว้ตามจุดต่างๆที่คนอื่นไม่รู้ รวมทั้งบางทีผมยังไม่รู้เลยว่า ผมเสียบไว้ที่ไหนบ้าง บางทีงงมากๆ ก็ต้องขอให้คุณเธอนั่นแหละช่วยหาที่ซ่อนให้ครับ

    พฤษภาคม 17, 2017 at 11:42 pm #4354

    สวัสดีครับอาจารย์,

    ในภาพเป็นดอกเห็ดภูฏานชุดแรกจากถุงก้อนเชื้อที่ทำมาจากกากมันสำปะหลัง

    เป็นถุงเดียวกันกับที่เรียนถามอาจารย์ในหัวข้อเรื่อง “การเกิดดอกเร็วไป”

    ผมเพิ่งสังเกตุเห็นว่าโคนก้านมันหนามาก เป็นลักษณะของดอกเห็ดที่ผิดปกติหรือเปล่าครับ


    พ.อ.ภักดี ตองอ่อน

    พฤษภาคม 17, 2017 at 11:42 pm #4355

    ภาพดอกเห็ดนางฟ้าภูฎานที่ผู้การส่งมาให้ดู เป็นการพัฒนาการจากรูปเมื่อวาน ก็ถือว่า เป็นลักษณะที่ปกติของเห็ดนางฟ้าภูฎาน ทีมันแทงจุกสำลีที่แห้งออกมา แล้วในจุกสำลีนี้ มันเป็นใยสังเคราะห์ มันไม่มีอาหารเห็ดอยู่ ลักษณะของก้านดอกจึงดูบีบๆลีบๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ และการเกิดดอกในช่วงนี้ แม้ว่า เส้นใยเห็ดจะเจริญไม่เต็มวัสดุเพาะ ก็ถือว่า เป็นปกติเช่นกัน เพราะลมหนาวระลอกแรกเข้ามาแล้ว อย่าว่าแต่ก้อนที่เชื้อเห็ดที่เชื้อยังไม่เต็มเลย แม้กระทั่งก้อนเก่า ที่ไม่ออกดอกแล้ว แต่ยังมีเส้นใยหลงเหลืออยู่ ช่วงนี้ มันก็จะเกิดอกขึ้นได้ ลองไปดูก้อนเก่าที่ขนไปทิ้่งก็ได้ อาจจะสามารถเก็บดอกเห็ดเพิ่มขึ้นได้อีกไม่น้อยทีเดียวครับ

    พฤษภาคม 17, 2017 at 11:43 pm #4356

    สวัสดีครับอาจารย์,
    ช่วงนี้อาจารย์คงวุ่นกับการเตรียมงานวันเปิดตัวของอานนท์ไบโอเทค และอุทยานอานนท์เวิลด์ ผมเสียดายที่ไม่ได้ไปเก็บเห็ดโคนรอบสองกับอาจารย์ เผอิญผมมีปัญหาไม่มีคนเฝ้าบ้าน ครอบครัวชาวไร่ยากจนไม่มีที่ทำกินที่ผมอุปการะอยู่แลกเปลี่ยนกับการอยู่เฝ้าบ้านตอนผมไม่อยู่ สามี-ภรรยาทั้งสองคนเอาแต่ดื่มเหล้ากันทุกวัน เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดปีนี้ดีมาก แกคงคิดว่าขายข้าวโพดได้เงินแล้วจะรวยตลอดไป ผมเลยต้องเชิญแกออกไปอยู่ที่อื่นครับ 
    ตอนนี้ถ้าสมาชิกท่านใดที่ผ่านการอบรมจากอาจารย์มาแล้วไม่มีงานทำและยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ต้องการจะมาอยู่กับผมเพื่อใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่ผมมีอยู่ ในการฝึกปฏิบัติ หรือค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับเห็ด หรือจะมาอยู่ร่วมทำกิจการเห็ดครครบวงจรก็ติดต่อผ่าน forum นี้มาได้ครับ ผมมีห้องพักคนงานว่างสองห้องให้อยู่ฟรี ส่วนห้องพัก farm stay (ห้องแอร์+น้ำอุ่น) สองห้องแรกยังขาดเตียงกับที่นอนเพราะหมดเงินทุนต้องรอถึงสิ้นเดือนครับ
    อาจารย์ครับ ผมมีผลความคืบหน้าของการใช้กากมันสำปะหลังทำก้อนเชื้อเห็ดภูฏานมารายงานต่อ กล่าวคือได้พบข้อแตกต่างบางอย่าง ระหว่างก้อนเชื้อเห็ดทีทำจากกากมันสีขาวล้วน ๆ หมักด้วยจุลินทรีย์ UM และผสมด้วยอาหารเสริมสำเร็จรูป KAT101 ใช้เวลาบ่ม 40 วัน เส้นใยเดินเต็มถุงไม่มีปัญหาดอกเห็ดแทรกจุกสำลีออกก่อน ส่วนก้อนเชื้อเห็ดที่ผสมกากมันสำปะหลังที่ผ่านการหมักยีสต์ในการผลิตเอทานอลเพิ่มเข้าไปอีกราว 50% ใช้เวลาบ่ม 30 วัน (บางก้อน 20 วัน) เส้นใยยังเดินไม่เต็มถุงแต่มีดอกเห็ดแทรกจุกสำลีออกมาตามที่เห็นภาพด้านบนครับ

    พ.อ.ภักดี ตองอ่อน

    พฤษภาคม 17, 2017 at 11:43 pm #4357

    ดูจากรูปแล้ว โอเค กากมันทั้งสอง น่าจะใช้เป็นทั้งวัสดุเพาะ หรือใช้บางส่วนเป็นอาหารเสริมของเห็ดกับวัสดุเพาะอย่างอื่นได้ แต่หรือส่วนที่เห็ดออกมาให้เห็นตามรูปนี้ ส่วนหนึ่งเข้าใจว่า ก้อนที่เชื้อเห็ดเจริญช้า น่าจะมาจากความแน่นของถุง และความชื้นที่ก้อนถุงมากเกินไป ทำให้เชื้อเห็ดเจริญช้า หากเป็นเช่นนี้ ผู้การลองพลิกเอาก้นขึ้นแล้วเอาหัวลงดู(ผมหมายถึงก้นและหัวของถุงน๊ะครับ) 
    หากทำเช่นนั้น ความชื้นที่ ออกันอยู่บริเวณก้นถุง จะไหลย้อนศร และจะมีอากาศเข้าไปกระตุ้นให้เส้นใยเจริญเข้าไปได้เร็วยิ่งขึ้น ส่วนการเกิดดอกเห็ดนางฟ้าภูฎานช่วงนี้นั้น มันเป็นธรรมชาติของมันครับ แม้ว่ามันจะเดินได้ไม่ถึงครึ่งถุง พอเจออากาศอย่างนี้ เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ(ผมหมายความถึงปลากระดี่ นะครับ ไม่ได้หมายถึงกระห…อะไรครับ) มันจะพรวดพราดออกดอกอย่างนี้แหละครับ แม้กระทั่ง เชื้อเห็ดในวุ้น หรือในหัวเชื้อ ตอนนี้เดินไปได้หน่อยออกดอกเต็มไปหมดครับ
    ส่วนการทำงานของผมก็พยายามทำให้ตัววุ่นตลอดเวลาครับ แม้ในยามปกติ ก็หางานใส่ตัวเอง ก็ต้องพยายามและรีบทำในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ครับ หากจะพักก็คงได้พักนานแน่หลังสิ้นลมหายใจครับ เดี๋ยวผมจะเอาเห็ดโคนไปให้ดูที่งานครับ นั่นก็เป็นอีกหนึ่งรายการช๊อคโลกครับ ที่อานนท์ไบโอเทคเพาะเห็ดโคนแท้ได้แล้วครับ ปีหน้าเปิดตัวให้ยิ่งใหญ่ระดับโลกไปเลยครับ ปีนี้เอาแค่น้ำจิ้มไปก่อนครับ

  • You must be logged in to reply to this topic.