Reply To: การหมักเห็ดเป็นยา โรคเบาหวานและแพ้อากาศของเด็ก กรดไหลย้อน และ SLE

Home / Forums / สุขภาพ / Testimony เคสผู้ใช้เห็ดเป็นยา / การหมักเห็ดเป็นยา โรคเบาหวานและแพ้อากาศของเด็ก กรดไหลย้อน และ SLE / Reply To: การหมักเห็ดเป็นยา โรคเบาหวานและแพ้อากาศของเด็ก กรดไหลย้อน และ SLE

June 21, 2017 at 12:45 am #5022

  Pai_Anonworld on Fri Oct 11, 2013 8:01 am

 
ต้องขอขอบคุณอย่างสูงครับที่มาเล่าประสบการณ์ต่างๆให้ฟัง เพราะจะได้เป็นวิทยาทานต่อผู้สนใจท่านอื่น อยากให้มีลักษณะเช่นนี้เยอะๆ จะเป็นประโยชน์ต่อวงการเห็ดเป็นยาไทยไม่น้อยทีเดียว นอกจากนี้ การที่คุณได้เล่าอาการเช่นนี้มา ดร.อานนท์ รวมทั้งผู้ที่มีประสบการณ์ทั้งหลาย อาจจะมีองค์ความรู้เสริมเข้าไปอีก ก็จะเป็นการช่วยกันแสดงความคิดเห็น ส่วนคำถามที่ถามมาเรื่องของ SRC นั้น แน่นอนครับ เนื่องจากครีมดังกล่าว เป็นผลมาจากขบวนการหมัก ลักษณะเฉพาะของมัน คือ จะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่ไม่พึงประสงค์ติดมาด้วย หากเป็นการผสมเพื่อใช้เอง ก็คงจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับ ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของแท้ แต่หากทำเป็นธุรกิจ เขาจะต้องกำจัดเอากลิ่นไม่พึงประสงค์ออก ด้วยการนำไปผ่านขบวนการกรองด้วยถ่านไม้ไผ่หรือถ่านกะลามะพร้าว (Activated carbon) เช่น ถ่านผงที่ใช้ในหม้อกรองน้ำก็ได้ โดยใส่ถ่านเข้าไปประมาณ 20-30% โดยปริมาตร แล้วคนให้เข้ากันทิ้งไว้สัก 10-15 นาที จึงทำการกรองเอาแต่น้ำออกมาผสมเข้าไปในเครื่องสำอาง แต่ก่อนผสม ควรปรับสภาพจากกรดให้เป็นกลางเสียก่อน จะทำให้กลิ่นจางลง และความเป็นกรดก็จะน้อยลงครับ

ส่วนกรณีของคุณที่เป็น เบาหวาน นั้น ค่าของเบาหวานและไตรกลีเซอรไรด์ก็ไม่ต่างจากคนในครอบครัวเอื้อตระกูล ที่กรรมพันธุ์เป็นเบาหวานครับ ดังนั้น อยากจะแนะนำว่า ให้ทานเอ็นไซม์เข้าไปอย่างสม่ำเสมอ ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า เอ็นไซม์จะสูงที่สุด ก็ตอนที่ทำการหมักใหม่ๆ ดังนั้น ของคุณควรทานเอ็นไซม์เข้าไปทุกครั้งๆละครึ่งช้อนชา(ผสมน้ำเยอะๆ)ก่อนทานอาหารครึ่งชั่วโมง และอาการที่เบาหวานเยอะเช่นนี้ เห็ดเป็นยาจะเอาไม่อยู่ ควรทานใบ ก้านและรากเชียงดา ซึ่งเป็นพืชมหัศจรรย์ที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดโดยตรง โดยไม่มีพิษมีภัย ดีกว่ากินยา ต่างประเทศเขาเรียกต้นเชียงตาว่า Sugar killer เพราะมันทำลายน้ำตาลในเลือดได้โดยตรง แต่อย่าลืมว่า ก่อนเอาเชียงดามาใช้ ควรหมักด้วยเอ็นไซม์เห้ดสัก 12 ชั่วโมง หรือข้ามคืน ด้วยการเอาทั้งใบ ต้นและราก มาหั่นฝอย แล้วเอาน้ำหมักเอ็นไวม์ที่คุณทำพรมเข้าไปพอชื้น ห่อด้วยผ้าขาวบางไว้สักคืนหนึ่ง ก็นำเอาบดหรือปั่นทาน หรือ เอาไปผึ่งแดดให้แห้ง เก็บไว้ชงกับน้ำทาน จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยา แล้วนั่นแหละคุณหมอจะเปลี่ยนใจว่า คุณจะมีชีวิตอยู่อย่างไร้ปัญหาของเบาหวาน แต่ก็ต้องทานร่วมไปกับเอ็นไซม์เห็ดด้วย เพราะเอ็นไซม์เห็ดสกัด จะไปช่วยรักษาตับอ่อนและไตให้ทำงานได้ดีขึ้น

ดีใจครับ ที่คุณได้ใช้เอ็นไซม์เห็ดสกัดให้ลูกซึ่งแพ้อากาศ เพราะไม่ใช่เพียงแต่ลูกของคุณเท่านั้น เด็กๆที่อยู่ในกรุงเทพ โดยเฉพาะลูกคนมีอันจะกินทั้งหลาย ที่เลี้ยงลูกอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา มักจะมีปัญหาเรื่องระบบหายใจแทบทั้งสิ้น เพราะ การอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานๆ ไม่เป็นการดีเลย เพราะเป็นการหายใจเอาอากาศเสียเดิมๆของเราเข้าไปซ้ำๆซากๆ ไม่เชื่อ คุณลองจุดธูปสักดอกในห้องแอร์ หรือให้ใครสักคนดูดบุหรี่ในห้องแอร์ดูสิ ไม่กี่นาทีเท่านั้น ควันพิษจะเต็มห้องไปหมด ดังนั้น การหายใจออกมา เอาอากาศเสียออกมา แล้วไม่รู้จะไปทางไหน ก็จะวนเวียนอยู่ในห้องเท่านั้น คนที่อยู่ในห้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ มักจะมีปัญหา เกี่ยวกับระบบหายใจ แล้วรักษายากมาก ดีแล้วครับ ที่คุณให้เขาทานเอ็นไซม์เห็ดเข้าไป เพราะ มันจะไปเสริมภูมิ แก้อักเสบได้โดยตรง ดังจะเห็นจากอาการของน้ำมูกของลูกที่คุณได้กล่าวมานั้น ดร.อานนท์ ฝากเสริมมา ในฐานะที่เคยช่วยเด็กๆให้ทุเลาจากโรคภูมิแพ้หรือระบบหายใจบกพร่องว่า ให้เด็กพยายามใช้ผ้าปิดจมูก เพื่อกรองฝุ่นละอองเข้าไป จะช่วยให้อาการภูมิแพ้ลดลง แต่หากเด็กไม่สะดวก ที่จะใช้ผ้าปิดจมูก ก็ควรใช้มุ้งที่ทำจากผ้าขาวบาง มุ้งไนลอนไม่ได้ผล ใช้มุ้งครอบให้เด็กนอน แม้ว่า ในห้องนอน จะเป็นห้องปรับอากาศ ที่ไม่มียุงมาไต่ตอมก็ตาม เพราะมุ้งผ้าขาวบาง จะมีไฟฟ้าสถิตย์อยู่ มันจะดูดฝุ่นละอองในบรรยากาศ รวมทั้งสปอร์ของจุลินทรีย์ อันเป็นบ่อเกิดที่ทำให้ร่างกายหลั่งสารฮีสตามิน แล้วเกิดอาการขี้มูกไหลได้อย่างดี ขอสนับสนุนให้เด็กทานเอ็นไซม์เห็ดไปตลอด หากแกไม่ชอบ รส กลิ่น สี ก็เอาผสมน้ำผลไม้ที่อร่อยๆให้แกทานเอาครับ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงยิ่งๆขึ้นไป ขอเอาใจช่วยครับ
 

Pai_Anonworld