Reply To: คำถามเรื่องปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการเพาะเห้ดลม

Home / Forums / การเพาะเห็ด / เรื่องทั่วไป / คำถามเรื่องปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการเพาะเห้ดลม / Reply To: คำถามเรื่องปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการเพาะเห้ดลม

May 16, 2017 at 1:26 pm #4332

เรียนคุณธรรมรัตน์

เท่าที่อ่านคำถามของคุณ ก่อนที่คุณจะลงมือปฎิบัติการเพาะเห็ดลมนั้น คิดว่า คุณคงเป็นบัณฑิต หรือมหาบัณฑิต หรือดุษฎีบัณฑิต ที่ทรงแก่เรียนยิ่ง และตลอดชีวิตที่เรียนหนังสือมาน่าจะ A+ เป็นอย่างต่ำ ซึ่งหากรับราชการ หรือนักการเมือง คงจะอยู่ในแนวหน้าทีเดียว เพราะดูจากคำถามแล้ว คุณจับเอาประเด็นเป็นเรื่องๆมาเล่นให้เห็นแจ้งแดงแจ๋ เพื่ออยากจะรู้ว่า ปัจจัยแต่ละอย่างที่แท้จริง แบบไม่กระดุกกระดิกนั้นมันคืออะไรกันแน่ ขนาดจะเอาเชื้อบริสุทธิ์เก็บไว้ในตู้เย็นชั้นแช่ผักทั่วไป ซึ่งเขาก็เข้าใจกันทั่วไปว่า มันจะอยู่สูงกว่าจุดที่เซลจะแตกที่ 4 องศาเซลเซียส นั่นก็คือ จะอยู่ประมาณ 5-8 องศาเซลเซียส แต่คุณก็ยังจะให้ฟันธงไปอีกว่า จะเป็นเท่าไหร่กันแน่ เอาแบบชัดๆว่ากี่องศาแล้วจะได้ตั้งค่าตามนั้น เช่นเดียวกันกับการที่คุณเอาแต่ละปัจจัยที่กล่าวอ้างมาจากหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมืด เรื่องของแสง เรื่องของอุณหภูมิ แล้วยิ่งไปอ่านของนักวิชากการเรื่องความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ดูเหมือนว่า คนกำลังวุ่นไปกับข้อมูลที่หลั่งไหลประเดประดังมาจากความใคร่รู้ใคร่เห็นและความขี้สงสัยของคุณ กังวลเหลือเกิน ที่กลัวว่า เดี๋ยวคุณอาจจะช๊อคไปกับข้อมูลที่กังขาเหลือเกิน แต่ก็ไม่ได้โทษคุณว่าเป็นเอามากถึงขนาดนี้ เพราะคนส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้แหละ ยิ่งตอนนี้ เข้าหาอะไรต่างๆในเน็ตได้ง่าย พอรับข้อมูลอะไรมา ก็จะเจาะลึกกันอย่างเอาเป็นเอาตายกันทีเดียว ก็ไม่ต่างอะไรกับการพิจารณารักษาโรคคน สัตว์ และพืช โดยที่มนุษย์พยายามที่เรียนให้มีวุฒิบัตรสูงๆ เพื่อจะได้เอาความรู้นั้นนำไปสู่ของสิ่งที่อยากรู้ จึงเกิดผลของการอยากรู้เกิดขึ้นมามากมาย และก็เหมาสรุปเอาว่า สิ่งที่คิดว่า เป็นความรู้สูงที่สุดนั่น น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ทำให้เกิดวิทยาการแพทย์แผนใหม่ การรักษาโรคที่มีการจำเพาะเจาะจง หาสารเดี่ยว สารบริสุทธิ์ ที่จำเพาะเจาะจง เพื่อทำการรักษาโรคหรือความผิดปกติที่คิดว่าเป็นเรื่องจำเพาะเจาะจง ผลที่สุด เวลาได้ผ่านการใช้ การลองแบบซ้ำแล้วซ้ำอีก ปรากฏว่า มันไม่ได้ผลดั่งที่เราคิดว่า เรารู้มากแล้ว เราเรียนสูงแล้วเลย ยกตัวอย่าง เช่น การรักษาโรคปัจจุบัน ด้วยการใช้ยา ที่เป็นสารเคมีตัวเดียวโดดๆ ใหม่ๆ ก็ดูเหมือนว่า มีมันผลหรืออาการตอบสนองที่เห็นผลได้ชัดเจน แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว กลับมีผลข้างเคียง และบางครั้ง จะไปซ้ำเติมโรคนั้นจนสุดที่จะเยียวยาได้ เช่นเดียวกัน หากมองให้แคบลง เอาเรื่อง เห็ดนี่แหละ พอมีคนอื่นเขาบอกว่า เห็ดนั่น เห็ดนี่เป็นยา ก็มีคนค้นหาว่า ในเห็ดนั้นมันมีสารอะไร พอสามารถตรวจได้จากการใช้เทคนิคบางอย่าง ที่คิดว่า สูงสุดแล้ว ทำให้ทราบว่ามีสารอะไรบ้าง ก็ทำการสกัดแยกแยะเอาสารเดี่ยวๆออกมา เพื่อจะทำให้เป็นสารเดี่ยวแบบสารเคมีให้ได้ เห็ดจำนวนเป็นตันๆ เอามาสกัดเอาสารเดี่ยวที่บริสุทธิ์ได้เพียงไม่กี่กรัม ราคาแพงมาก เวลานำเอาไปใช้เช่นเดียวกับสารเดี่ยวของสารเคมี ปรากฎว่า มันก็ไม่ได้ผลอะไรดีขึ้น ในทางตรงกันข้ามกลับเลวร้ายเสียอีก นี่ก็ไม่ต่างอะไรกันเลย ที่เราจะไปแยกไปแยะให้ออกมาชัดๆเป็นตัวๆ พอพูดตัวไหน ก็จะไปมุ่งเอาเฉพาะตัวนั้น พอบอกว่า ต้องการแสง ต้องการอุณหภูมิ ก็เล่นไปทำแบบฮวงจุ้ยเอาเลย ด้วยการที่จะต้องหันโรงเรือนไปตามทางเดินของพระอาทิตย์อะไรไปกันยกใหญ่ ที่พูดมาทั้งหมด ก็เพราะอยากจะบอกคุณว่า สิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนแล้วแต่มีองค์ประกอบมากมายหลายชนิดเกี่ยวข้อง เกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่ ที่แยกแยะกันแทบไม่ได้เลย เพียงแต่ว่า ปัจจัยบางอย่าง อาจจะเป็นจุดเด่น ที่เราอาจจะให้ความสนใจเป็นพิเศษเท่านั้น นี่ผมก็กำลังเตรียมตัวที่จะไปบรรยายตามคำเชิญของคณะจัดงานประชุมเห็ดเป็นยาโลกครั้งที่ 7 ซึ่งผ่านมา เป็นเวลาเกือบ 20 ปี ได้มีนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยทั่วโลก ทำการศึกษาวิจัยมากมายหลายพันหลายหมื่นหัวข้อ ใช้ทั้งทรัพยากรมนุษย์และทุนทรัพย์ เวลามหาศาล แต่ผลที่ออกมา ก็ยังหลงทางครวญหาสารเดี่ยว สารพิเศษ สารลึกลับ เพื่อจะเอามาอวดกันว่า ใครค้นหาอะไรใหม่ๆได้บ้าง แต่เวลาจะเอาไปใช้จริงๆ แทบจะไม่มีใครเลยที่เข้าใจว่า การที่จะเอาเห็ดไปเป็นยานั้น จะใช้สารเดี่ยวหรือสารตัวไหนกันแน่ ขณะที่บรรพบุรุษของเราใช้พวกนี้มา เพื่อรักษามนุษยชาติมาเป็นพันๆปีนั้น ก็ล้วนแล้วแต่อาศัยความสมดุลของธาตุทั้งหลายที่อยู่รวมกันเป็นองค์ประกอบเป็นแบบองค์รวม(Holistic)มากกว่า ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผมดำรงชีวิตและถ่ายทอดแก่ลูกศิษย์ลูกหาตราบทุกวันนี้ ดังนั้น คำถามของคุณที่ถามมา และก็ดูเหมือนจะต้องการคำตอบด่วนให้ได้ดั่งใจนั้น ขอแนะนำว่า ข้อมูลที่คุณมีอยู่นั้น มันมากพออยู่แล้ว และหรืออาจจะมากเกินไปเสียอีกด้วยซ้ำ จึงขอให้คุณเอาปัจจัยต่างๆเหล่านั้น มาหาจุดถัวเฉลี่ยเอาดีกว่า เพราะอย่างน้อย มันจะช่วยย่อคำถามของคุณให้สั้นลงไปได้อีกเยอะ แล้วลองทำทีละน้อยก่อน พอลองแล้วในภาคสนาม ทีนี้แหละ หาคุณติดตรงไหน สงสัยอย่างไร ถามมา จะช่วยตอบ ช่วยลุยอย่างคุณภาคิน ที่ไม่มีความรู้เรื่องเห็ดเลย แต่ก็อยากรู้ อยากเห็น ที่สำคัญอยากทำ จึงตัดสินใจ ซื้อวัสดุเพาะไปโดยหวังว่า จะเอาไปเพาะเห็ด แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็เจอโรคเลื่อน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี พออารมย์อยากเกิดขึ้นอีกที แกก็ลองเอาวัสดุเพาะที่ซื้อไปเป็นปีเอาไปทำดู แกก็ไปเอาหัวเชื้อที่เก็บไว้ในตู้เย็นเกือบปีลองเอาไปใช้ดู ซึ่งในหนังสือ ไม่มีใครพูดถึงว่า วัสดุเพาะที่ใส่อาหารเสริมแล้ว หากเก็บไว้นานๆจะใช้ได้ไหม แล้วเชื้อเห็ดที่เก็บไว้ในตู้เย็นนานๆจะใช้ได้ไหม พอแกลองทำดู เข้าใจบ้าง มั่วบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ตั้งใจ ผลสุดท้าย แกก็ได้คำตอบที่ได้จากการปฎิบัติด้วยตนเองออกมา และผลที่ได้นั่นแหละครับ คือ คำตอบที่แกต้องการ เป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า อย่าไปเชื่อง่ายๆว่า เขาเป็นผู้รู้ อย่างคิดว่า เขาเป็นพหูสูตร เป็นอาจารย์ ตราบใดที่คุณยังไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวของคุณเอง ลองเลยครับ ลองสักเล็กน้อยก่อน ก่อนที่คุณจะสร้างปฎิมากรรมโรงเพาะเห็ด หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่จะต้องเป็นการลงทุนจำนวนมาก หากยังไม่เคยทำเลย ลองเถอะครับ เริ่มแต่น้อยก่อน แล้วคุณจะได้เรียนรู้จากของจริงครับ ขอเป็นกำลังใจให้ครับ ช่วงนี้ไม่ว่างจริงๆ เพราะเตรียมงานบรรยายหลายแห่ง แต่ก็ต้องหาเวลามาตอบเมล์ของคุณ ไม่เช่นนั้น มันดูเหมือนว่า มีอะไรค้างๆอยู่ ทำงานอย่างอื่นไม่มีสมาธิเลย เอาไว้เจอกันหลังงานเดินสายในต่างประเทศ ประมาณกลางเดือนกันยายน ก็น่าจะเริ่มมีเวลาว่างบ้าง

อานนท์