Reply To: น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

Home / Forums / สุขภาพ / น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง / Reply To: น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

May 15, 2017 at 11:43 pm #4302

วันนี้ พวกเราไปบรรยายให้แก่บรรดาข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขมา ก็ทำให้งานอะไรที่คั่งที่ค้าง ก็ค่อยๆถอดออกไปได้อีกเปราะหนึ่ง วันนี้ จึงจิตใจและสมองค่อนข้างจะปลอดโปร่ง ก็เลยเหมาตอบปัญหาต่างๆที่คั่งค้างไว้ให้ได้มากที่สุด และเป้าหมายของงานที่ไปบรรยายา ทั้งของหมอพื้นบ้าน ที่โรงแรม อมาลี ที่เดือนเมือง เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว และวันนี้นั้น ต่างก็มุ่งไปที่การใช้เห็ดเป็นยา ซึ่งบ้านเราไม่ประสีประสามากๆในเรื่องเห็ดเป็นยา ยิ่งวันที่ไปบรรยายในงานประชุมเชิงสัมนาเชิงปฎิบัติการหมอพื้นบ้านนั้น ได้เจอหมอพื้นบ้านจากจังหวัดแพร่หลายคน และเป็นคนที่เคยไปฟัง ดร.อานนท์หลายครั้งแล้วและรู้จักกันดี ทุกคนก็ต้องการให้ ดร.อานนท์กลับไปกระตุ้นให้คนแพร่ตื่นขึ้นมาเพื่อการนี้ ซึ่ง ดร.อานนท์ ก็เลาให้ฟังแล้วว่า ก็พยายามอยู่ แต่ก็ยังยาก เพราะยังรวมกันไม่ติด พอดีวันนี้ ก็ได้ข่าวจากคุณอมรินทร์อีก ก็ดีใจมาก เพราะคิดว่า อย่างไงชาวแพร่ คงต้องร่วมมือ ร่วมใจกัน อะไรที่เป็นประโยชน์เอามาเล่าสู่กันฟัง ในเรื่องของหนูศรีแพนั้น เมื่อหลายสัปดาห์ที่แล้ว ดร.อานนท์ได้โอนเงินจำนวนหนึ่ง เข้าไปยังบัญชีธนาคาร เพื่อมอบให้หนูเอาไปใช้เมื่อถึงคราวจำเป็น และก็ยังไม่ได้บอกบุญไปยังสมาชิกคนใดเลย เพราระอย่างที่รู้นั่นแหละว่า ง่วนอยู่แต่กลับงาน ก็ถือโอกาสวันนี้ก็แล้วกัน ที่อยากจะขอเชิญชวนสมาชิกผู้ที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ทุกท่าน ที่ใจบุญใจกุศล ช่วยเหลือหนูศรีแพ ที่ได้รับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่ก็เกิดมาได้รับเชื้อเอซไอวี ซึ่งตามปกติทั่วไป เด็กที่ได้รับเชื้อเอดส์จากกำเนิด มักจะมีชีวิตอยู่ได้โดยเฉลี่ยก็ไม่น่าจะเกิน 10 ปี แต่หนูศรีไพ อยู่มาได้ 11 ปีแล้ว และมีอาการหนักมากแล้ว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง มีแผลผุพองเกิดขึ้น อยู่ในระดับสุดท้าย ที่เกินจะแก้ไขได้แล้ว แต่พอมาเจอครอบครัวของ ดร.อานนท์ ที่อยู่ที่บ้านร่องกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ คือ พี่สาวของ ดร.อานนท์ ที่ชื่อ อาจารย์แสงจันทร์ สามีชื่อ อาจารย์ธวัช เจียศิริพงษ์กุล เป็นอาจารย์ระดับ 8 ที่เกษียณอายุแล้วทั้งคู่ ได้ทำเห้ดเป็นยาที่มีเห็ดกระดุมบราซิลเป็นหลัก แล้วก็มอบให้หนูศรีแพ เพราะหนูศรีแพเอง มาขอให้ อาจารย์ทั้งสองช่วยชีวิตของหนู ด้วยความสงสาร ด้วยความที่เห็นแก่มนุษย์ และด้วยความที่ ดญ.ศรีแพ เป็นเด็กที่น่ารักน่าเอ็นดู ดร.อานนท์ จึงขอให้ทางครอบครัวได้ช่วยชีวิตหนูศรีแพ จนทราบว่า หลังจากหนูศรีแพได้ทานเห้ดเป็นยา ด้วยการประสานงานของคุณอมรินทร์เป็นอย่างดีนั้น ทราบว่า ชีวิต สุขภาพและความเป็นอยู่ของหนูศรีแพดีขึ้นตามลำดับ แน่นอนครับ หนูศรีแพสูญเสียแม่ และพ่อไป ต้องอาศัยอยู่กับผู้ปกครองที่ใจบุฐ แต่ก็ยังขาดปัจจัยเรื่องการเงินที่จะดูแลหนูศรีแพ ดร.อานนท์ จึงขอให้คุณอมรินทร์ ได้พาเด็กหญิงศรีแพไปเปิดบัญชีธนาคารไว้ เผื่อว่า จะมีสมาชิกที่ใจบุญ ได้ช่วยกันสนับสนุนการทำบุญทำกุศลครั้งยิ่งใหญ่ นี้เพื่อเป็นกำลังใจให้หนูศรีแพมีสุขภาพดี มีกำลังใจ เป็นพลเมืองดีของโลกต่อไป โดย ดร.อานนท์ ได้ส่งเงินไปเปิดปฐมฤกษ์จำนวนหนึ่งแล้ว หากท่านใดที่มีจิตประสงค์อยากร่วมสมทบ กรุณาโอนเงิน แม้แต่น้อยนิด จะจะมีค่ายิ่งสำหรับเธอ ที่ธนาคารออมสิน สาขาสอง บัญชีเลขที่ 020069267423 ส่วนเรื่อง การกินเห็ดเป็นยาของน้องแพนั้น หากสุขภาพยังไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ ก็ให้ทานต่อดังเดิม แต่หากดีขึ้นแล้ว ก็ลดได้ครับ แต่ต้องคอยดูอย่างใกล้ชิด พวกเราช่วยกันทำบุญดีแล้ว ดีกว่า เอาเงินไปช่วยวัดที่มีทุกสิ่งทุกอย่างเหลือเฟือและพระก็อยู่กันอย่างสุขสบายแล้ว มาช่วยกันดูแลเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยากร่วมกันดีกว่า
ดีใจครับ ดีใจจริงๆที่ทราบว่า ได้นำเอาครีมมหาอมตะมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณ ซึ่ง เรามีสมาชิกกระทู้นี้เป็นจำนวนมาก ที่อยากรู้เรื่องนี้ บางคนกล้าๆกลัว บางคนได้กลิ่น ก็ใจไม่สู้แล้ว โดยหารู้ไม่ว่า นั่นคือ สุดยอดของสุดๆอยู่แล้ว ไม่ต้องไปซื้อไปหาของอะไรที่มีราคาแพงๆมาใช้เลย เพียงแต่ หากคุณไม่ชอบกลิ่น ไม่ชอบสี เราก็แต่งกลิ่น แต่งสี เพื่อหลอกตัวเอง ตามที่ตัวเองชอบสิ และก็ยังมีบรรดาสมาชิก ที่ทำเครื่องสำอางขายอยู่แล้ว มีหลายต่อหลายราย ไปสั่งนำเข้าอะไรต่ออะไร ที่พยายามอธิบายเป็นภาษาให้มนุษย์ไม่ค่อยรู้เรื่อง เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า มันต้องเป็นสารนั้นสารนี้ ของเทคโนโลยีชั้นสูง ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องโกหก หรือแค่คำโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น ต้องอย่างคุณอมรินทร์สิ นี่แหละของจริง และเรื่องนี้ ดร.อานนท์ไม่เคยหึงหวงสูตรอยู่แล้ว ใครที่ทำเครื่องสำอางอยู่แล้วเอาไปต่อยอดสิ สงสัยตรงไหนก็เข้ามาแชร์ความรู้กันที่นี้ได้เลย
ขอตอบข้อข้อใจดังนี้
1. สุดยอดเลยหากทำได้ เพราะน้ำหมักเป็นการเพิ่มเอ็นไซม์โดยตรง ส่วนยูเอ็ม 55 เป็นการเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าไปในร่างกาย มันจะไปช่วยย่อยกากอาหาร และทำลายสารพิษในร่างกายได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทานทุกวัน อาจจะทานสัปดาห์ละแคปซูลก็เพียงพอแล้ว พอมาถึงตรงนี้่ ต้องขอเตือนสำหรับผู้ที่ไม่เคยทานเอ็นไซม์สดน๊ะครับว่า หากเป็นการทานครั้งแรกนั้น ในกรณีของคนที่ทำงานประจำอยู่แล้วนั้น ให้ทานตอนเย็นวันศุกร์ แล้วเตรียมพัดลมให้ดี แยกห้องนอน แม้ว่า จะต้องนอนกับคนที่เรารัก แต่คราวนี้ ต้องขอให้แยกห้องเสียก่อน เพราะว่าหลังจากทานเอ็นไซม์ที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าไปใหม่ๆ สำหรับคนที่ทานอาหารที่มีสารกันบูด หรือทานน้ำอัดลม ที่เขาใส่สารกันบูดกันทุกยี่ห้อ สารกันบูดพวกนี้ จะเข้าไปฆ่าจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ในระบบการย่อยของร่างกาย ทำให้ร่างกายเป็นสารพัดโรค และมะเร็งด้วย แต่พอทานเอ็นไซม์สดที่มีจุลินทรีย์เข้าไป จุลินทรีย์พวกนี้ มันจะเข้าไปกำจัดสิ่งโสโครกที่สะสมหมักหมมอยู่ในร่างกาย จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอนุมูลอิสระและเป็นมะเร็งในที่สุด ช่วงที่จุลินทรีย์ทำงานนั้น มันจะย่อยของเสียต่างๆเหล่านี้ แล้วเกิดแก๊ซขึ้นมาด้วย ตอนนี้ไง ที่บอกว่า ให้ห่างไกลจากมวลหมู่บุคคลใกล้ชิดให้มากที่สุด เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ในลักษณะนอนคว่ำ นอนหงาย คะแคงซ้าย ตะแคงขวา โยกขวา บิดซ้าย ลมมันจะพรั่งพรูออกมายิ่งกว่าไต้ฝุ่นเสียอีก หากเป็นเช่นนี้ อย่าหยุด อย่าตกใจ กำลังมาถูกทางแล้ว บอกคนใกล้ชิด ให้ถอยห่างไปไกลๆอีกเพียงวันสองวันเท่านั้น จากนั้นพอไต้ฝุ่นสงบแล้ว ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี การย่อยอาหารดีขึ้น นอนหลับสบาย บรรดาไมเกรนทั้งหลายก็หาย ปากที่เคยเหม็นก็จะหาย เวลาถ่ายที่เคยเหม็นมาก ก็จะทุเลาลง แล้วโรคอะไรต่ออะไรที่รอคิวอยู่ก็จะล่าถอยไป แต่อย่าลืม ทำแบบคุณอมรินทร์นี่แหละดีแล้ว อย่าลืมน๊ะคุณอมรินทร์ ส่งรูปใหม่หน้าเด้งเอามาให้ดูบา้งสิ
2.สูงขึ้นแน่นอนครับ เพราะค่าของโอแรคนั้น จะกระจายลงไปในน้ำหมักด้วยครับ หมักได้ประมาณ 1-2 เดือนยิ่งดีครับ เพราะจุลินทรีย์นั้น มันมหัศจรรย์เหลือเชื่อครับ เวลามันหมัก หรือมันย่อยสลายเห็ดพวกนี้นั้น มันจะสลายเอาสารอาหารและยาละลายออกมาในน้ำด้วยมากกว่าในเห็ดเสียอีกครับ
ดีแล้วครับ เอาเรื่องคนอื่นที่เขาเอาไปใช้มาเล่าให้สมาชิกฟังบ้างสิ กระทู้ของคุณ ก็เป็นอีกกระทู้หนึ่งที่คนเข้าดูเยอะมาก นี่ก็น้องๆของคุณภาคินแล้ว ของคุณภาคินนั้นแกโลดโผนมีลุ้นกับการเพาะเห็ด แต่ของคุณมันเกี่ยวกับสุขภาพ และเป็นการยืนยันให้หลายคนที่เขามีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยโรคเอดส์ จำนวนมาก ที่ยังไม่รู้ว่า ยังมีเห้ดเป็นที่พึ่งได้ อยากจะให้ข่าวนี้ไปถึงญาติพี่น้องของคนที่ทนทุกข์ทรมานในโรคเอดส์ให้มีความหวังที่จะอยู่ร่วมโลกกันไปอีกนานแสนนานครับ

 

หมู่นี้เห็นเงียบหายไป ไม่ทราบว่า ความคืบหน้าจากทางแพร่เป็นไงบ้าง แล้วหนูน้อยที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องไปถึงไหนแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจาก ทางสถาบันอานนท์ไบโอเทค ได้ไปออกงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 9 ที่ผ่านมา ทำให้มีการตื่นตัวเรื่องเห็ดเป็นยามากมายเหลือเกิน มีหลายรายบุกไปถึงบ้านเกิดของ ดร.อานนท์ ที่อยู่บ้านร่องกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เพื่อตามหา อจ.ธวัช และ อ.แสงจันทร์ เจียศิริพงษ์กุล ผู้ซึ่งทำหน้าที่ในการหมักเห็ดเป็นยาส่งไปให้สถาบันอานนท์ไบโอเทค ที่ตลาดไท และบางรายก็ไปติดต่อกับ อ.สง่า เอื้อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ไนท์ซาฟารี ซึ่งผู้ที่อยู่จังหวัดอื่นอาจจะไม่สะดวกที่จะเดินทางไปยังจังหวัดแพร่หรือเชียงใหม่ ดังนั้น จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า แม้ว่า ทั้งที่แพร่และเชียงใหม่ จะเป็นสถานที่หลักในการหมักเอ็นไซม์จากเห็ดหลากหลายชนิด แต่การที่จะเข้าทำเป็นสูตรสำหรับโรคต่างๆนั้น ทาง สถาบันอานนท์ไบโอเทค ที่ตลาดไท จะเป็นผู้นำเอาส่วนผสมเฉพาะอย่าง รวมทั้งสมุนไพรที่จำเป็นและสำคัญมาขึ้นสูตรสำหรับโรคต่างๆ ดังนั้น