Reply To: น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

Home / Forums / สุขภาพ / น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง / Reply To: น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

May 15, 2017 at 11:42 pm #4301

เรียน ท่าน ดร.อานนท์ และ คุณไผ่
เมื่อวันเสาร์ดิฉันได้ไปบ้านเด็กศรีแพรมา สอบถามผู้ปกครองถึงการกินเห็ดเป็นยาของศรีแพร ผู้ปกครองบอกว่า ปิดเทอมที่แล้วมานี้แพรไม่เป็นไข้เลย อากาศร้อนๆ เลือดกำเดาก็ไม่ไหล เล่นกับเพื่อนๆ ได้ โดยไม่เหนื่อยหอบแล้ว และใบหน้ามีเลือดฝาดขึ้น ไม่เหลืองซีด สรุปว่าแข็งแรงขึ้นเยอะ ยกเว้นขาข้างขวาที่ไม่ค่อยมีแรงเพราะเป็นโปลิโอหรือจะเป็นเพราะไวรัสกินก็ไม่แน่ชัด แต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนซึ่งใส่รองเท้าหนังสีดำนักเรียนหญิงไม่ได้เพราะลากไม่ไหว ต้องใส่รองเท้าแตะมาโรงเรียน แต่พอเปิดเทอมนี้แพรใส่รองเท้าหนังนักเรียนเดินได้ ดิฉันเห็นศรีแพรเดินใส่รองเท้านักเรียนทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ เหมือนคนอื่นทั่วโรงเรียน
ผู้ปกครองยอมรับว่า เห็ดเป็นยาและเอนไซม์ที่ท่าน ดร.อานนท์ ได้อนุเคราะห์ให้ศรีแพรนั้น ทำให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น เล่นกับเพื่อนได้อย่างกระฉับกระเฉงขึ้น ยิ้มแย้มแจ่มใสและมีความสุขมากกว่าเดิม 
ผู้ปกครองเค๊าไม่ได้เปิดตัวจึงไม่บอกบอกเด็กว่าเป็น HIV จนกระทั่งปัจจุบันนี้ศรีแพรก็ยังไม่ทราบว่าตนเอง
เป็นอะไร ดิฉันจะบอกว่าเห็ดนี้จะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย นั่นเป็นเหตุผลที่ดิฉันได้บอกชื่อรองและนามสกุลเพื้ยนไปในช่วงก่อนหน้านี้ จริงแล้วศรีแพรมีชื่อว่า เด็กหญิงภิรมพรรณ หมื่นคำ ดิฉันก็หวั่นๆ เหมือนกันว่าผู้ปกครองเค๊าจะยอมรับหรือเปล่า เลยต้องหาโอกาสไปพูดเองโดยไม่ใช้โทรศัพท์ เพราะดิฉันให้เด็กกินเห็ดเป็นยาและเอนไซม์ก่อน โดยที่ไม่บอกให้ผู้ปกครอง เพราะความเชื่อมั่นในเห็ดเป็นยา แต่ผู้ปกครองเค๊าไม่รู้ จึงต้องพิสูจน์ก่อนแล้วให้ยอมรับทีหลัง ก็หวั่นๆ เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในวันข้างหน้า แต่รู้ว่าสงสารเด็ก พอปิดภาคเรียนก็ต้องให้เด็กเอาเห็ดไปกินที่บ้านโดยอธิบายทำความเข้าใจกับพี่สาวเด็กพร้อมทั้งเปิดเวป.อานนท์ไบโอเทค ให้พี่สาวได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเห็ดเป็นยาโดยเฉพาะเห็ดกระดุมบราซิล แต่ยังไม่บอกผู้ปกครอง ให้ผู้ปกครองค่อยๆ รู้จากพี่สาวเด็ก จนอาการเด่นชัดว่าดีขึ้นมากจึงไปพูดกับผู้ปกครองเค๊า 
และได้คุยเกี่ยวกับเรื่องที่ท่าน ดร.อานนท์ และทีมงาน จะช่วยเหลืออนุเคราะห์เห็ดเป็นยาฟรีตลอดชีพและเปิดบัญชี ธ.ออมสิน ผู้ปกครองยอมรับความช่วยเหลือและขอบพระคุณท่าน ดร.อานนท์ และทีมงานอานนท์ไบโอเทค ทุกท่าน เป็นอย่างสูงที่ช่วยเหลือ ให้แพรได้มีสุขภาพที่แข็งแรง มีชีวิตที่ปกติสุขกว่าเดิม(ผู้ปกครองจะเรียกเด็กว่า “แพร” ส่วนตัวดิฉันเองจะเรียกจนติดปากว่า “ศรีแพร” )
ซึ่งดิฉันจะพาเด็กไปเปิดบัญชี ธนาคารออมสิน สาขาอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ในวันวันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคมนี้ แล้วจะแจ้งให้ท่านทราบรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ 
ดิฉันขอบคุณท่าน ดร.อานนท์ คุณไผ่ อ.ธวัช อ.แสงจันทร์ และทีมงาน ทุกท่าน ที่ได้มอบความเอื้ออาทรให้ศรีแพรได้แข็งแรง ยิ้มแย้ม แจ่มใสเหมือนเด็กทั่วไป
ด้วยความขอบคุณยิ่งและดีใจที่ศรีแพรจะไม่หนาวเหน็บอีกต่อไปแล้ว
Amarin

 

ผู้ ปกครองบอกว่า” ไม่ได้หวังอะไรมาก ขอเพียงแต่ให้แพรมีร่างกายแข็งแรง ยิ้มแย้มบ้าง มีชีวิตที่ปกติสุขเหมือนผู้คนทั่วไป ผมจะได้ไปไร่ข้าวโพดทำมาหากินโดยไม่ห่วงหน้าพะวงหลังว่า แพรไม่สบายบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน ขอขอบคุณ ท่าน ดร.อานนท์ ท่านอาจารย์เนาวนุช และ คุณไผ่ รวมทั้งทีมงานทุก ๆท่านเป็นอย่างมากครับ ที่ให้ความเมตตา”
ขอรายงานผลการ ใช้ Supper Royal Cream (SRC) ตามที่คุณไผ่แนะนำมานั่นแหละคะ แต่นอกกรอบนิดหน่อยคะ ตรงที่ว่าไม่ผสมอะไรเลยใช้ SRC เพียวๆ 100 % ไม่ทราบว่าจะทำให้เกิดผลที่มีคุณภาพลดลงหรือมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ SRC ผสมอะไรอีกหลายๆอย่างตามที่คุณไผ่แนะนำมา จากการที่ทดลองใช้มาตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถึงวันนี้ก็ 19 วันแล้ว ทาหลังมือทั้งเช้าและเย็น หลังมือที่มีรอยย่น ตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้กำลังใช้กับหน้ามา 4 วันแล้วคะ (สาเหตุที่ไม่ใช้กับหน้าก่อน เพราะดิฉันเป็นคนแพ้ง่าย แพ้แต่ละทีผื่นขึ้นนานกว่าจะหาย) แต่ไม่มีอาการแพ้ผื่นขึ้นเลย อาจจะเป็นเพราะดิฉันกินน้ำเอนไซม์เห็ดสามอย่างของท่านดังกล่าวมาแล้วข้างต้น หรือเปล่า (กินมา 3 เดือนกว่าแล้วล่ะคะ) หรือว่า SRC จะไม่มีการแพ้ ต่อไปใบหน้าที่บ่งบอกการผ่านประสบการณ์ต่างๆมานาน(มีร่องรอยบาทากาดำ) จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป เพราะจุดหมายปลายทางก็คือใบหน้าที่อ่อนเยาว์ เหมือนกับท่าน ดร.อานนท์ ท่านอาจารย์เยาวนุช 
ขอบคุณมากนะค่ะที่แนะนำสิ่งดีๆ ทำให้ประหยัดเงินได้อีกต่างหาก พวกเราสาวกเห็ดทั้งหลายมาผลิตและใช้ SRC กันเถอะ ประหยัดเงินค่าเครื่องบำรุงผิวได้อีกเยอะเลยแหละคะ 
ด้วยความขอบคุณและความหวัง ว่าศรีแพรจะไม่หนาวเหน็บอีกต่อไปแล้ว 
Amarin

 

เรียน ท่าน ดร.อานนท์ และคุณไผ่
อันดับแรก ขอรายงานการใช้ SRC (Supper Royal Craem) ซึ่งงดการใช้ครีมอื่นๆหมด ยกเว้นครีมกันแดด ได้ทา SRC เพียวๆ ประมาณ 1 เดือน ใช้ทาหน้า หน้าจะนุ่มและเนียนกว่าแต่ก่อนมาก ทีนี้มาคิดได้ว่าที่คุณไผ่แนะนำมาไม่น่าจะนอกกรอบมากเลย (เพราะเอนไซม์ใน SRC จะย่อยครีมบำรุงผิวให้มีโมเลกุลที่เล็กลง ผิวหนังที่ได้รับการทาก็จะดูดซึมได้ดีขึ้นเร็วขึ้นทั้งครีมบำรุงและ SRC จะทำให้ผิวได้ผลกับการใช้ได้ดีและเร็วกว่าเดิมอย่างแน่นอน) ก็เลยไปซื้อครีมทาผิวมาผสมกับ SRC โดยใช้อัตราส่วน 1: 1 (อันนี้ท่าจะนอกกรอบนิดหน่อย โดยใช้ SRC ของเห็ดหลินจือ เห็ดนางรมและมะหาดรวมกัน : ครีมบำรุงผิว) และใช้ปั่นผสมกับครีมบำรุงผิวการ์นิเยไวส์ ทาตอนกลางคืน ใช้มาเดือนกว่าแล้ว ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเพราะว่ามรสุมงานเข้า ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไปเรื่อย เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีเพื่อนมาทักว่า งานหนักแต่หน้าใสกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยไปใช้อะไรมา ได้ทีก็เลยนัดเจอกันอีกทีนำครีมกับ SRC ปั่นให้ลองใช้ ตอนนี้เพื่อนบอกว่ามือลูบหน้าแล้วนิ่มและดูเนียนกว่าเดิมจนสัมผัสเองก็รู้สึกได้ชัด 
ดังนั้นหากจะไห้ได้ผลดีและเร็วควรจะใช้ SRCผสมกับครีมบำรุงผิวตามใจชอบ ตามที่คุณไผ่แนะนำ คือ ใช้ SRC 20 % ของครีมบำรุงผิว
จากการที่ได้รับอนุเคราะห์เอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิลจาก อ.ธวัช และ อ.แสงจันทร์ รอบที่สองนี้ในวันที่ 11 ก.ค. 55 เมื่อนำมาใส่แค็ปซูล แล้วคำนวณการกินได้อีก 3 เดือน กับอีก 3 วัน ผู้ปกครองของศรีแพรฝากกราบขอบพระคุณท่านทั้งสอง ท่าน ดร.อานนท์ และคุณไผ่ ที่ให้ความอนุเคราะห์ทั้งเอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิลและคำแนะนำดีๆ 
จากการที่ท่านได้ให้ความเมตตาเป็นเอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิลแก่ เด็กหญิงภิรมพรรณ หมื่นคำ (ศรีแพร) ซึ่งผลแห่งความเมตตานี้ทำให้ศรีแพรมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นมาก โดยประเมินจากการสังเกตตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ 1 ในปี 2555 นี้ ศรีแพรไม่เคยเป็นไข้เลย ขาก็เดินขึ้น-ลงบันไดได้วันละหลายรอบเท่ากับนักเรียนคนอื่นๆ (บันใดมี 18 ขั้น เพราะเป็นบันใดสองตอนๆละ 9 ขั้น) เวลาทำกิจกรรมหน้าเสาธงตอนเช้าศรีแพรก็ยืนพร้อมกับเพื่อนๆ ทั้งโรงเรียนได้โดยที่ไม่ล้ม (เมื่อเทอมที่แล้วศรีแพรยืนได้สักพักก็จะล้มนั่งลง ทางแพร่เรียกว่า ยืนอยู่ดีๆก็เย๊าะลง คือยืนอยู่ดีๆ ก็เข่าอ่อนพับ นั่งลงกับพื้นเพราะขาไม่มีแรง) เหมือนเมื่อก่อน ยืนจนกระทั่งทำกิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จเรียบร้อย ขึ้นห้องพร้อมกับเพื่อน ถึงแม้ว่ากล้ามเนื้อขาแข็งแรงขึ้นมากแต่การเดินยังไม่ปกติคือยังคงลากขาอยู่ อาจจะเป็นเพราะว่ากระดูกถูกเชื้อที่มากับเอชไอวีทำลายไปแล้วก่อนที่จะรักษา ส่วนผิวหน้าและผิวหนังจะใสขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเดิมนั้นผิวจะแห้งและหยาบอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะที่ใบหน้า จะเห็นได้ว่าผลของการกินเอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิลเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสุขภาพเป็นที่น่าพอใจเช่นนี้แล้ว จึงให้เค๊าทานเอนไซม์เห็ดกระดุมบราซิลลดลงจาก 3 เวลาก่อนอาหาร ครั้งละ 2 เม็ด เป็น 2 เวลาตอนท้องว่างคือประมาณ สามโมงเช้าและสามโมงเย็นครั้งละ 2 เม็ด ประหยัดไปอีก 2 เม็ด จากเหตุตรงนี้ ท่าน ดร. หรือคุณไผ่เห็นว่าจะมีผลอย่างไรกับเด็กบ้างคะ สมควรที่จะทำอย่างนี้ต่อไปหรือไม่ 
และมีเรื่องแห่งความไม่รู้อีก 2 ข้อ คือ 
1. การกินน้ำหมักเอนไซม์เห็ด 1 ช้อนโต๊ะ พร้อมกับ UM 55 1 เม็ดและน้ำเปล่า 1 แก้ว ค่าของความเป็นกรดจะมีมากพอที่จะทำลายจุลินทรีย์ใน UM 55 หรือไม่ 
หากทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้ แล้วที่ถูกต้องควรจะกินเช่นไร (เพราะอยากได้ทั้งเอนไซม์จาก UM55 และได้ตัวยาจากการกินน้ำหมักด้วยคะ)
2. เห็ดที่มีค่า ORAC สูง เมื่อนำมาหมักตามอัตราส่วน 1: 3: 5 (เห็ด:น้ำตาล:น้ำ) พร้อมกับ UM 55 เมื่อเกิดเป็น SRC แล้ว ค่า ORAC ของ SRC นี้ จะมีปริมาณสูงด้วยหรือไม่ หรือว่าสูงกว่าน้ำหมัก (ถามด้วยความงงๆ คะ เพราะ ค่า ORAC จะวัดที่สถานะเป็นของเหลวที่ละลายน้ำ แต่ SRC เป็นครีมไม่ใช่ของเหลวที่ละลายน้ำ หากเป็นเช่นนี้ก็น่าจะเป็นคำตอบที่มาจากเหตุและผล )

ได้โปรดให้ความสว่างส่องทางให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องด้วยนะค่ะ
รอความสว่างด้วยความขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
amarin