Reply To: น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

Home / Forums / สุขภาพ / น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง / Reply To: น้ำหมักเอนไซม์เห็ด 3 อย่าง (เห็ดกระดุมบราซิล+หลินจือ+ถั่งเช่า) มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

May 15, 2017 at 11:38 pm #4294
ดีแล้วครับ มีอะไร ข้องใจอะไรขอให้ถามมา และก็ไม่จำเป็นต้องไปอบรมกับ ดร.อานนท์ก็ได้ เพราะอย่างคุณเอง ก็ถือว่า เราได้เจอกันแล้ว และก็ได้ฟัง ดร.อานนท์ไปแล้ว เราได้เข้าใจกันในขั้นต้นอยู่แล้ว ถามมาได้เลย พร้อมตอบครับ ที่ผมบ่นไปหลายครั้ง ก็เพราะระยะหลังมีหลายคนถามปัญหามา และปัญหาแต่ละปัญหาเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และคนอื่นที่เข้ามาในเวปนี้ก็คงสนใจเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า เรามีความรู้สึกว่า เราไม่รู้ว่าเราคุยกับใคร ตอบให้ใคร เพราะคนถาม ก็ถามมาโด่ๆ โดยเราไม่เห็นหน้าค่าตา หรือชื่อเสียงเรียงนามอะไรเลย ขณะที่ผมบางครั้งปัญหาบางอย่างก็จนปัญญาที่ความรู้และประสบการณ์อันน้อยนิดของผมจะตอบได้ ผมก็ต้องเดินทางไปพบ ดร.อานนท์ เพื่อให้ได้คำตอบที่กระจ่างที่สุดมาตอบ(ผมและ ดร.อานนท์ อยู่กันคนละบ้าน ผมอยู่ในกรุงเทพ ดร.อานนท์ อยู่หลังตลาดไท ห่างกันไปกลับก็ประมาณ 100 กม.) ก็เลยพูดตลอดเวลาว่า อย่างน้อย ขอทราบหน่อยว่า ผู้ถามเป็นใครมาจากไหนอะไรทำนองนั้น แต่ในกรณีของคุณนั้น เราถือว่า เป็นพรรคพวกที่รู้จักกันอยู่แล้ว ถามมาได้เลยครับ จริงๆแล้ว ดร.อานนท์ ฝากบอกผมว่า ท่านอยากจะเดินทางมาเยี่ยมพวกเราที่จังหวัดแพร่ เพราะท่านหวังไว้สูงมากว่า อยากให้จังหวัดแพร่ เป็นผู้นำในทางวิชาการหมักที่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่ารอเทวดาให้เชื้อมาแล้วหมักนานๆเป็นสิบปีถึงจะใช้ได้ ดังนั้น คำถามที่ถามว่า ยูเอ็ม92 และยูเอ็ม2555 นั้นเหมือนกันหรือไม่ ก็ขอตอบว่า มีส่วนใกล้เคียงกันที่สุด เพียงแต่ ยูเอ็ม92 นั้น ดร.อานนท์ได้พัฒนาขึ้นมาและเปิดเผยออกไปเมื่อปี 1992หรือ พศ. 2535 ซึ่งเป็นเชื้อบริสุทธิ์ที่ส่วนใหญ่มาจากรากโกงกาง และผ่านการตรวจพิสูจน์แล้วว่า กลุ่มจุลินทรีย์ดังกล่าวสามารถนำมาบริโภคได้ ซึ่งกลุ่มจุลินทรีย์นี้ โดยปกติ หากเอามาอยู่รวมกันด้วยกรรมวิธีที่ตักเอามาผสมกันเลย ปรากฎว่า เชื้อแต่ละตัวมันจะสู้กัน แล้วก็รบราฆ่าฟันกันเอง ผลที่ออกมาก็จะไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรเท่าที่ควร แต่ด้วยความที่ ดร.อานนท์ ได้พัฒนาวิธีการ ที่ให้เชื้อบริสุทธิ์หลายตัวทำงานร่วมกันได้ จึงทำเป็นผลิตภัณฑ์เชื้อบริสุทธิ์ ยูเอ็ม92 มาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ ยูเอ็ม 2555 นั้น เป็นการพัฒนาและเพิ่มสัดส่วนของเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์บางชนิดให้เด่นขึ้นมา เพราะปัจจุบัน การนำเอาเห้ดหรือ พืชผักผลไม้มาทำการหมักแบบอับอากาศ หรือใช้อากาศน้อย ดร.อานนท์ จึงได้ทำการคัดเลือกสายพันธุ์จุลินทรีย์ ที่สามารถทำงานได้ดีในสภาพที่มีอากาศน้อย หรือทำการกลับหรือคนไม่บ่อยนักได้ดี พูดง่ายๆว่า เชื้อยูเอ็ม 2555 หรือเรียกสั้นๆว่า ยูเอ็ม55 นั้น ผลิตขึ้นมา เพื่อใช้ในการหมักโดยตรง สามารถใช้แทนยูเอ็ม92ได้ และจะได้ผลดีกว่า มีการสร้างเอ็นไซม์ที่มีประโยชน์ได้ดีและมากกว่า ยิ่งคนที่ทำการหมักแบบป้าเช็ง แล้วใช้เชื้อยูเอ็ม2555 แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องรอให้ทำการหมักนานหลายๆปีเลยครับ จริงๆแล้ว หากหมักเพื่อทำเป็นเอ็นไซม์นั้น แค่ 20-30 ชม. ก็สูงสุดแล้ว หากนานขึ้น กรดก็จะสูงขึ้น เอ็นไซม์ก็จะถูกทำลายหมัด มีแต่กรด คือความเปรี้ยว และอาจจะมีสารอาหารจากวัตถุดิบที่ใช้หมักละลายออกมาเท่านั้น เอาล่ะครับ เอาเป็นว่า จากนี้ไป เราน่าจะใช้ ยูเอ็ม2555 เพื่อการหมักโดยตรงครับ แล้วใครอยู่ใกล้ที่ไหนไปเอาที่นั้น                           avatar
Pai_Anonworld
จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com