Reply To: หนอนในก้านเห็ด

May 11, 2017 at 10:15 pm #4076

นี่ไงเจอเข้าแล้ว เตือนมานักต่อนักแล้วว่า คุณจะทำเห็ดอะไรก็ช่าง ขอให้ป้องกันเอาไว้ก่อน อย่างมาแก้ปัญหาตอนที่มันเกิดปัญหาแล้ว เพราะมันสายไปแล้ว แต่วิธีการแก้ปัญหานั้น อย่าได้แก้ปัญหาด้วยความไม่รับผิดชอบต่อชีวิตคนอื่น ผมกลุ้มใจมาก เพราะเวลาผมพูดอะไรไป ก็ถูกกล่าวหาว่า ทำให้วงการเห็ดเสียหาย แต่จะทำไงได้ มันต้องพูด เพราะเดี๋ยวนี้ มันมีเยอะมาก ของผู้ที่เอาแต่ได้ และไม่ได้คิดถึงชีวิตคนอื่น เมื่อเขาทำเห็ด แล้วเจอตัวหนอนแบบคุณ เขาก็แก้แค้นเอาคืน ด้วยการป้องกันที่ต้องบอกว่าแย่มากๆ คือ ใช้สารฟูราดาน หรือสารฟูราดานนี่แหละ แต่ใช้ชื่อ การค้า เป็นสารดูราแทร์ ที่ทั่วโลกเขาห้ามใช้กับพืชผักที่มีอายุสั้น บ้านเรายังนำเข้ามาได้จากประเทศที่มันบงการเราได้ คือ อเมริกา โดยอ้างว่า เอามาใช้กับพืชที่เราไม่ได้กินโดยตรง เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน โดยสารนี้ เป็นสารประเภทดูดซึม มีผลตกค้างนาน นั่นก็หมายความว่า แม้ว่า คุณโรยฟูราดานที่รากยางพารา มันก็จะถูกดูดไปทั่วต้นยางพารา แล้ว หากเราเอาขี้เลื่อยยางพารามาเพาะเห้ด เราก็ได้สารพิษนั้นเข้าไปในร่างกายด้วย แต่เอาเถอะนั่นมันยังถือว่า ในปริมาณน้อย ร่างกายคนไทยพอรับได้(แต่ตายเพราะมะเร็งและโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) แต่สมัยนี้ เขาใช้ฟูราดานผสมในขี้เลื่อยหรือวัสดุเพาะเลยครับ โดยเฉพาะเห็ดหูหนูที่เจอปัญหาไรไข่ปลา แต่ก่อนแทบจะไม่มีใครเพาะเห็ดหูหนูในฤดูฝนได้เลยครับ เพราะไรไข่ปลาเข้าทำลาย เห็ดก็จะไม่ออกดอก แต่ตอนนี้ ไม่มีปัญหาอีกแล้ว เพราะเราพัฒนาเอาสารพิษร้ายแรงใส่เข้าไปในวัสดุเพาะเลยครับ โรงเรือนจะสะอาดปราศจากแมลงรบกวนใดๆทั้งสิ้น ก็จะได้ดอกเห็ดหูหนูที่เต็มไปด้วยสารพิษ ที่ดอกสวยน่ารับประทานมาขายเกลื่อนในตลาดและห้างร้านใหญ่ๆ (ก็ตัวใคตัวมันก็แล้วกัน) ในกรณีหลังแรกของคุณนั้น แก้ไขไม่ได้แล้ว นอกจากคุณมีเวลาพอ ก็นั่งรอดูมันทำ มันจะกินๆๆๆๆๆ แล้วกิน จนกระทั่งมันแน่ใจแล้วว่า คุณพังแน่ๆครับ เพราะบทเรียนนี้ผมโดนมาแล้วครับเมื่อปี 2541 ครับ ตอนนั้นตลาดไท เพิ่งเริ่มเปิดดำเนินการครับ ผมก็ทำเห้ดขอนขาวและเห็ดลมขายไปญี่ปุ่นครับ วันละ 1,500 กก. ไปได้สวย เงินดีมาก เพราะขาย กก.ละ 250 บาท แต่พอตลาดไทเริ่มดำเนินการ เขาก็กรุณาเอาขยะมาทิ้งไว้ใกล้ที่ของผม ที่ฟาร์มเก่า ซอยไอยรา 5/1 ใกล้ตลาดไท พอขยะเน่า เหม็นคลุคลุ้ง หนอนมันก็เกิดขึ้น พอหนอนหลากหลายเกิดขึ้น สักพักมันก็เป็นตัวแก่ พอมันเป็นตัวแก่ มันก็ต้องบินไปหาแหล่งอาหารใหม่ ผมเข้าใจเอาเองน๊ะครับว่า ระยะแรกๆ มันบินไม่เจอของผม หรือเจอแล้ว มันยังสงสารผมอยู่ มันแค่มาดูลาดเลาเท่านั้น แต่มันคงจะไปบวกพรรคพวกของมันว่า ต่อไป หากไม่มีอะไรกินแล้ว ไปหาที่อานนท์ฟาร์มสิ อาหารชั้นดีเยอะเลย ตอนนั้น ผมทำไม่เยอะหรอกครับ ทำโรงเรือนขนาด 6 x 12 เมตร บรรจุก้อนเชื้อได้ 12,000 ก้อน ทำแค่ 24 โรงเท่านั้น คุณก็ลองคำนวณดูก็แล้วกัน ผมมีคนงานอยู่ 82 คน ใหม่ๆผมเก็บเห็ดได้มากกว่าวันละ 3 ตัน ส่งออกเสียครึ่งหนึ่ง รับทรัพย์มันมือมาก แต่พอแมลงที่มนสะสมกันที่กองขยะพร้อมแล้ว อาหารที่กองขยะมีน้อยแล้ว มันชวนกันมาตอนกลางคืนครับ ที่เราเรียกว่า ผีเสื้อกลางคืน หรือมวนกลางคืน พอมันมาถึงปุบๆ มันไม่พูดพล่ามทำเพลงเลยครับ มันจัดการวางไข่ แล้วกลายเป็นหนอน ชอนไชเข้าไปในก้อนเห็ดทั้งหมดพร้อมๆกันเลยครับ จากที่ผมเคยเก็บเห็ดได้ทุกวันๆละมากกว่า 3 ตัน มันเหลือตันเดียว แล้วก็ลดลงอย่างรวดเร็ว จนเหลือไม่กี่กิโลครับ มันลดลงอย่างน่าใจหาย แล้วผลสุดท้าย หน้าก้อนก็เป็นขุย เป็นใยเต็มไปหมด ผ่าดูก้อน ก็ยั้วเยี้ยไปด้วยตัวหนอน จึงระดมเอามุ้งตาข่ายอย่างถี่ 20 รูต่อตารางนิ้ว(เพราะเรียนมาเยอะ เรียนรู้มาก ถึงขนาดความถี่ของตาข่ายที่ดักแมลงได้ครับ) ครอบไปทั้งโรงเรือน เพราะเราคิดว่า เราจะป้องกันไม่ให้ผีเสื้อกลางคืนมาไข่อีก ที่ไหนได้ ไอ้หรืออีหนอนที่มันกินก้อนเชื้อเรา จนมันมั่นใจว่า เราฉิบหายแน่ๆ(ขอโทษ ยังหาคำสุภาพกว่านี้ ยังไม่สะใจพอ) มันก็กลายเป็นผีเสื้อกลางคืน เกาะเต็มมุ้งเลยครับ เกาะยังไม่เกาะเปล่า มันยังออกไขเป็นตัวหนอน ที่พร้อมจะกินอะไรต่อไปอีก หรือจะเข้าไปกินก้อนเห็ดต่อ หากผมยังไม่เชื่อฟังมัน ยังดื้อด้านที่จะทำก้อนเชื้อต่อไป ผลสุดท้าย ต้องยอมมันครับ แต่ก็หมดไปหลายล้านครับ จนกระทั่ง ผมได้พกเอาความแค้นที่จะต้องชำระนี้แหละ มาทำการหมักผลไม้ต่างๆ แล้วนำไปกลั่นเอาเฉพาะกรดที่มีประโยชน์ประมาณ 8 ชนิด มา โดยกรดนี้ จะไม่เป็นอันตรายต่อคนใช้ หรือสภาพแวดล้อม แต่จะทำให้หนอนเวลามันไข่ออกมา มันจะไม่ฟักเป็นตัว หรือแม้มันเป็นหนอนได้แล้ว แต่โดยกรดกลุ่มนี้ มันก็จะไม่ลอกคราบ พอมันไม่ลอกคราบ มันก็จะตายไปในที่สุด และมันยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคพืชและเห้ดอีกด้วย จึงตั้งชื่อว่า ฟัง แบคคิว ครับ ดังนั้น ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นห้องเขี่ยเชื้อ ห้องบ่มเชื้อ ก่อนเขี่ยเชื้อลงก้อน ก้อนที่นึ่งแล้วใหม่ๆ ก้อนที่บ่ม ก้อนที่กำลังเปิดดอก ผมจะเอาฟังแบคคิวฉีดป้องกันแมลงไว้หมดครับ แล้วก็อยู่ได้จวบจนทุกวันนี้ครับ(นี่เป็นส่วนหนึ่ง ที่ถือ โอกาสร่ายยาวโฆษณาสินค้าไปด้วยในตัว ใช่ว่า จะรอให้คุณประวัติหรือจิว เป็นคนโฆษณาแทนแต่เพียงผู้เดียวครับ) ดังนั้น คุณทำใจเสียเถอะสำหรับโรงแรก และหากทำใจไม่ไหว เอามันออกไปเสีย แกะถุงออก แล้วเอาไปหมักเป็นปุ๋ยขี้หนอนได้แล้วครับ ซึ่งปุ๋ยขี้หนอนนั้นสุดยอดสำหรับพืชทุกอย่างครับ ดีเท่าๆกับปุ๋ยไสเดือนไง แล้วรักษาโรงสองเอาไว้ ตรงไหนที่มีหนอนหลงเข้าไป ก็อย่าแคะเอาหนอนออก สงสารมันครับ อย่าไปรบกวนมัน เดี๋ยวจะบาป ขอให้คุณเอาเข็มฉีดยา ดูดเอาฟังแบคคิวเข้มข้นหน่อยครับ ฉีดเข้าไปในรูให้มันกินแทนครับ หากคุณทนได้ ก็รอดูมันครับ มันจะพรวดพราดขึ้นมารข้างนอกเลยครับ ทีนี้เรื่องของคุณแล้วว่า คุณจะเชิญมันไปสถิตย์อยู่ ณ แห่งหนตำบลใดครับ
ใช่ครับสำหรับคำถามว่า หนอนตัวเล็กๆที่อยู่ในก้านดอกเห็ดเป็นหนอนจากแมลงหวี่ แต่หนอนที่มันเจาะเข้าไปในก้อนเห็ด หัวดำๆ ที่ทั้งผมและคุณพังไปเหมือนกัน คุณโดนหนึ่งโรง ผมโดน 24 โรง(ผมยังเป็นรุ่นพี่คุณ เพราะผมโดนเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว) นั่น คือ หนอนจากผีเสื้อกลางคืนครับ ผมได้ตั้งชื่อมันไว้นับแต่นั้นมาว่า หนอนริยำครับ(ผวนมาจากระยำ) เอ้แต่ผมสงสัยน๊ะครับว่า ยา ทีบีซีมันเป็นอย่างไงเหรอ เพราะ ทีบีซี ของผมมันหมายความว่า ไทยไบโอเทคน๊ะ แต่คุณเอาทีบีซีผมไปเป็นยาได้ไง ขอได้โปรดให้ความรู้คืนมาให้บ้าง ขอบคุณ